เมายาก่อนล่าแชมป์ 'ไทสัน ฟิวรี่' นักมวยผู้เป็นศูนย์รวมความไม่เข้ากันของชีวิตมนุษย์
ทว่าไม่ใช่สำหรับ ไทสัน ฟิวรี่ นักชกรุ่นเฮฟวี่เวตผู้เคยถือเข็มขัดแชมป์โลกถึง 5 เส้นในเวลาเดียวกัน เพราะทั้งๆ ที่เขาเพิ่งคว้าแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเขากลับเข้านอนด้วยความหวังที่ว่า "ได้โปรดอย่าตื่นขึ้นมาอีกเลย"
ฟิวรี่ ถือว่าเป็นรองเยอะ เพราะร้างสนามไปนาน อีกทั้ง ไวลเดอร์ นั้นขึ้นชื่อในฐานะเบอร์ 1 ของรุ่นเฮฟวี่เวท ณ ปัจจุบัน แต่ไฟต์นี้มีความหมายกับ ฟิวรี่ มากกว่าแค่การแพ้ชนะ แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าตลอดชีวิตของเขาต้องผ่านเส้นทางที่แปลกกว่ามนุษย์คนอื่น จากเกือบตาย, กลายเป็นนักชก จากนักชกกลายเป็นคนโดนรังแก จากคนโดนรังแกกลายเป็นแชมป์โลก จากแชมป์โลกกลายเป็นคนคิดฆ่าตัวตาย และตอนนี้จากคนที่คิดฆ่าตัวตายเขากำลังได้กลับมาล่าแชมป์โลกอีกครั้ง จะมีใครที่ตายยากมากกว่านี้อีกไหม? เป็นคำถามที่หาคำตอบได้ยากจริงๆ
ในไฟต์นั้น ฟิวรี่ สู้ได้ดีเหลือเชื่อเชื่อแม้ว่าจะมีจังหวะปัญหาเกิดขึ้นในยกสุดท้าย หลังจากที่แชมป์ชาวมะกันปล่อยหมัดซ้ายส่ง ไทสัน ฟิวรี่ ลงไปกองกับพื้น ซึ่งสุดท้ายนักชกเมืองผู้ดีสามารถกัดฟันลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ครบยก ก่อนที่ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอกันไป ชนิดที่กรรมการเสียงแตกเป็น 3 เสียง (ให้ฟิวรี่ชนะ, ให้ไวลเดอร์ชนะ และเสมอกัน) ปัญหาอยู่ที่จังหวะที่ ฟิวรี่ ลงไปกองนั้น ไวลเดอร์ คิดว่ากรรมการนับช้าไป 1 วินาที ความจริงแล้ว ฟิวรี่ ควรจะแพ้น็อคเสียด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตามสำหรับ ฟิวรี่ แม้หมัดนั้นของ ไวลเดอร์ อาจจะหนักหน่วง แต่มันก็ยังไม่หนักเท่ากับสิ่งที่เขาเคยเจอ เขาลุกขึ้นมายันเสมอเพื่อหาโอกาสท้าชิงแชมป์โลกครั้งใหม่ในอนาคต เหมือนกับวันที่เขาลุกขึ้นสู้กับเรื่องเส็งเคร็งในชีวิตและเรียกหาโอกาสในการสร้างเกียรติแห่งวงศ์กระกูล "ฟิวรี่" ที่เขาภาคภูมิใจเป็นครั้งที่สอง
"ผมยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะทูตแห่งปัญหาสุขภาพจิต ผมจะกลายเป็นแชมป์ของประชาชน มีคนที่เป็นโรคนี้เหมือนกับผมเป็นล้านๆ คนและผมจะสู้เพื่อพวกเขาเหล่านั้นด้วย ผมเชื่อว่าทุกคนล้วนต้องการโอกาสที่สองเสมอ ผมเชื่อว่าพวกเขาต้องการส่งเดียวเท่านั้นเหมือนกับที่ผมต้องการนั่นคือการที่คนอื่นมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เห็นค่า" ฟิวรี่ กล่าว
หากคิดได้ก็ไม่มีเรื่องใดที่สายเกินไป มูฮัมหมัด อาลี เคยออกจากวงการมวยถึง 3 ปีก่อนจะกลับมาแพ้ โจ เฟรเซียร์ จนใครๆ มองว่าหมดยุคของเขาไปแล้ว แต่ความจริงคือ อาลี เอาแชมป์โลกกลับมาและสร้างยุคสมัยของตัวเองอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับ ไทสัน ฟิวรี่ ชายผู้เป็นศูนย์รวมความไม่เข้ากันของชีวิตมนุษย์คนนี้ที่เชื่อว่าหากลองเปลี่ยนมุมมองก็จะได้รู้ว่าชีวิตของเรานั้นมีค่ามากแค่ไหน
ติดตามข่าวได้ที่ >>> ข่าวกีฬา

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น